จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ สุขและทุกข์อย่างไรเพราะใจตนเอง

 

คืนแรก ของปี 2017

นั่งทบทวนเรื่องที่ผ่านมาในปี 2016 

 

ปีที่แล้ว มีเรื่องสูญเสียอย่างใหญ่หลวง

 กับทั้งส่วนรวมของประเทศไทยแล้วกับทั้งเรา

ความสูญเสียนั้นไม่สามารถเขียนได้ออกมาทั้งหมด

เพราะจนถึงเวลานี้ ก็ยังไม่ได้หมายถึงเจือจางไป

รอยอาลัย เปลี่ยนเป็นความคิดถึง สำนึกบุญคุณ

จนพบว่า คำว่าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้นั้น

มีความหมายเช่นไร รู้อยู่เต็มทั้งในหัวใจ และสมองก็ครั้งนี้

 

 

 

 

ปีที่แล้วเป็นปีที่เริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่ง

แม้ช่วงต้นปี จะใช้วิธีเริ่มขี่จักรยาน

เพราะกระดูกหลายๆ ชิ้นบนเนื้อตัวไม่แข็งแรงนัก

เริ่มวิ่งจริงจังในเดือนเมษายน 2016 เตาะแตะไปเรื่อยๆ

จริงๆพยายามจะวิ่งมาหลายปีแล้วแต่ไม่สำเร็จ เจ็บ

ล้มเลิก กลับมาลองวิ่งใหม่ เจ็บ ล้มเลิก ๕๕

 

 

เลยหันไปจับจักยาน จนกระทั่ง HR ดีขุึ้น

ฝึกขี่จักรยาน จนหัวใจแข็งแรง รอบขาดี

ปรึกษากับหมอที่พบกันเป็นประจำ หมอแนะนำว่า

ลองเดินปนวิ่งก่อนไหม ครั้งแรก โลเดียว "ก็ตาย"

อย่าว่าแต่โลเดียว 500 เมตรเท่านั้นก็พอฮะ


 

 

 

แต่ความมันส์ไม่ได้หยุดแค่นั้น ยังคงสามารถดันทุรัง

เตาะแตะจากวันละโลเป็นโลครึ่ง เป็นห้ากิโล

และมีบางวันในปีที่แล้วที่วิ่ง 30 กิโลติดต่อกันได้ด้วยฮะ

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พี่ตูน แกวิ่งรณรงค์นั่นแระ (ฮ่า)

เลยมีแรงฮึดเหมือนคนมาวิ่งเป็นเพื่อน

พอดีช่วงนั้นก็แข็งแรงขึ้นวิ่งได้ดีขึ้นมาก
คือวิ่งสิบโลเป็นปกติไปเสียแล้วในทุกทุกเช้า
ก็เลยลองวิ่งได้เท่าไหร่ทำบุญเท่านั้น

 

 

 

 

 

 


สรุปว่าโครงการนั้นวิ่งไป 200 กิโลใน 13 วันฮะ
แต่บริจาคไป พันนึง 

ดังนั้นปีที่แล้วจึงเป็นปีแห่งการวิ่งส่วนตนจริงๆ

แม้จะวิ่งเพียงแค่ 8 เดือนแล้วแต่ละเดือนก็ไม่ได้สม่ำเสมอนัก

รวมรวมจากแอ๊พเพียงแค่วิ่งนอกบ้านอย่างเดียว

ไม่ได้รวมวิ่งบนลู่ในบ้านด้วย ก็วิ่งไปทั้งสิ้น 8 เดือนที่แล้ว

วิ่ง 114 ครั้ง  ระยะทาง 770 กิโลเมตร 

ผลาญแคลอรี่ไป 62448

 

 

 

 

 

แต่ถ้ารวมทั้งวิ่งและขี่จักรยานในปีที่แล้ว

เป็นระยะทาง 1520 กิโลเมตร 

แคลอรี่รวมทั้งสองอย่าง 94735

 

นับเป็นปีแห่งการใช้แคลอรี่อย่างหนักที่สุดแล้วในชีวิตแล้ว
ของคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายอย่างข้าพเจ้า
ของคนที่เริ่มวิ่งได้อย่างข้าพเจ้า 

ทำเอาท่านแม่และพี่น้องอ้าปากค้าง 

เพราะแต่ก่อนจะหนักกับการซื้อจักยาน คันละสองสามหมื่น

นี่ก็กระบิดกระบวนเดี๋ยวนี้ซื้อรองเท้าฮะ สองคู่ก็เกือบได้จักรยานคันนึงแล้ว

เพราะเป็นนักกีฬาสายอุปกรณ์ฮะ ๕๕ อุปกรณ์ดีไว้ก่อน 55

อย่าถามถึงประสิทธิภาพของนักกีฬาไรงี้

 

 

 


 

ทุกวันนี้วิ่งวันละสิบโล คือวันวิ่งชิวฮะ ชิวคืออย่าถามหาความเร็ว
ก็ไปเต่าๆ เพราะเป้าหมายคือวิ่งได้เท่านั้นเองฮะ
เป้าหมายอีกอย่างคือ HR ที่ดีขึ้น ได้หัวใจนักกีฬามานี่ละฮะ

เที่บอกว่าชิว คือขี้เกียจฮะ วิ่งสบายๆ เพราะถ้าชิวมาก

จะวิ่งเกินๆ ไปอย่างสงบ สบาย และมีความสุข

แปลกใช่ไหมฮะ สำหรับคนคุ้นเคย แน่นอนฮะ

ทั้งบ้านใครใครก็มองด้วยสายตาแปลกๆ แต่แน่นอน

แฝงไว้ด้วยแม่คุยโม้ท่านพี่คุยโวและแฟนคุยโต

ภาคภูมิใจในตัวข้าพเจ้ากันไปหมด 

 

ปีหน้า จริงๆอยากได้อย่างต่ำ 1000+ กิโลเมตร

แต่ไม่ได้ตั้งไว้กดดันตัวเองหรอกฮะ

แค่อยากให้ตัวเองเป็นคนกระชุ่มกระชวยอย่างทุกวันนี้

 

อาการป่วยปีที่แล้วจึง ห่างหมอมากกกกกกกกกกกกกห

หมอทุกหมอที่สนิทกันเพราะเจอหน้ากันบ่อยที่โรงบาล

ก็มาสนิทกันมากขึ้นเพราะมาเจอกันที่สวน เวลาปั่นจักรยาน

หรือวิ่งไปซะงั้น บางหมอก็ถูกชวนมาวิ่งด้วยกันไปแล้วฮะ

อ่อ ปีที่แล้วยังเป็นปีแห่งการเลิกน้ำอัดลม ปีที่สองด้วยฮะ

เป็นเรื่องที่ทั้งบ้านไม่เชื่ออีกเหมือนกันพอคิดว่าจะเลิกก็เลิกเลยฮะ 

ด้วยความที่มีลูกน้องเก่าขี้เหล้าที่เมียมาฟ้องแล้วพอเจอหน้ากัน

ก็เทศน์มันยาว มันมาพูดว่า หัวหน้าก็เลิกโค้กดูไหมละ หนอยย

เออ ถ้าเลิกได้เอ็งจะเลิกไหม ทุกวันนี้ ข้าพเจ้าเลิกคนเดียวฮะ

มันยังเลิกไม่ได้เลย แต่ก็เห็นว่าพยายามเลิกอยู่

จากที่เห็นเมาทั้งเดือน ก็ไม่เมาทั้งเดือนและฮะ เมาเฉพาะสุขเสาร์

แล้วก็หลีกเลี่ยงที่จะเจอกัน ซึ่งดีต่อใจมันมากฮะ

เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ทำงานที่เดิมแล้ว เพียงแต่ที่ทราบ

คือเจอภรรยามันบ่อยขึ้นแค่นั้น

 


 

ปีหน้า..ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรมากแค่ จะเข้าใจในโลกฮะ

เข้าใจในเหตุผลของคนอื่น ด้วยความ ไม่พยายาม

จะไม่โกรธ ด้วยความไม่พยายาม 

เพราะถ้าพยายามไม่โกรธ มันพยายามมากไป

มันก็เก็บโกรธแบบเก็บกดเอาไว้ ช่วงระเบิด

คงน่ากลัวกว่าตอนโกรธแล้วระเบิดเลยเสียอีก

 

แต่ก็เรียนรู้ว่าทำได้ อาจจะเพราะจากการสูญเสียในหลวงรัชกาลที่ 9

นั่งดูชีวประวัติของพระองค์่ท่าน ทราบว่าพระองค์ท่านไม่โกรธเลย

ไม่่โกรธใครที่ไม่มีเหตุผลจะโกรธ และไม่โกรธใครที่มีเหตุผลพอจะโกรธด้วย

คิดจะมีความเพียรในเรื่องนี้ เดินตามรอยพระองค์่ท่านไป

เพราะปมใครก็ปมมัน ปมของข้าพเจ้าในเรื่องนี้นั้นหนักหนามาก

เป็นคน ขี้โกรธ ไง ๕๕ ขี้โมโห แต่พอเดือนตุลานั้นผ่านมา

เป็นคนโมโหน้อยมาก สบถแทบไม่มี และมีสติอย่างเหลือเชื่อ

 

และสิ่งที่คิดคือ ละความโกรธและให้อภัยคนอีก 5 คน

ในชีวิตที่ทำให้โกรธ ให้เกลียดด้วยฮะ

เป็นการให้อภัยที่ไม่ลืม-*- หรือเรียกว่า ให้อภัยแต่ไม่คบฮะ

เพราะเจอคำหลวงพ่อหลวงปู่พูดมาเยอะเหลือเกิน

โกรธใคร เคืองใคร อาฆาตใคร ก็ล้วนแล้วแต่เพราะเขา

มีอิทธิพลกับเราอย่างเหลือเชื่อ ถ้าเขาไม่มีอิทธิพลต่อใจเรา

ใจเราก็ต้องไม่รู้สึกอะไรต่อเขา 

ไม่รู้สึกแม้แต่ รัก เกลียด โกรธ อาฆาตด้วยซ้ำไป

ภาษาส่วนตัวคือ abandon ฮะ 

ไร้ค่าไร้ราคาไร้ตัวตนละทิ้งไป 

ไม่ความหมายจากใจอีกแล้ว แคล้วกัน 

คิดว่าหลับฝันแล้วต้องจากกันเมื่อตื่น-*-

ไม่ใช่แระๆ ดันมาหักมุมตรงนี้เลยนึกถึงเพลงนี้เลย

เป็นเพลงที่ชอบตั้งแต่เด็กมาก แต่ไม่เอามาลงหรอกนะฮะ
มันไม่เข้ากัน ฮ่าๆ

 

 


อย่างไรก็ตาม หวังใจว่าผู้อ่านไดอารี่ของข้าพเจ้าในปีใหม่นี้

จะมีแต่ความสุข ความสนุกสนาน มีสติระลึกรู้ทั่วถ้วน
ทั้งชั่วและดี เพราะมันจะมีผลต่อชีวิตของเราอย่างมากในทุกวันไป 
มีสุขภาพที่ดี มีมิตรภาพที่ดี มีเรื่องราวที่ดีดีเข้ามาในชีวิตนะฮะ
พร้อมทั้งมีวิธีการจัดการปัญหา และเรื่องราวที่ไม่ดีที่เข้ามาในชีวิตด้วยฮะ

สวัสดีปีใหม่อีกปีแล้วนะ เพื่อนๆไดอีส  :') 

 

 

 

มีน อารมณ์ดี ♪♫♪♫♪►
01 ม.ค. 2017 เวลา 22:04 น.

 

เพลง ยิ้มสู้

ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
Composition: His Majesty King Bhumibol Adulyadej


โลกจะสุขสบายนั้นเป็นได้หลายทาง
ต้องหลบสิ่งกีดขวางหนทางให้พ้นไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
สุขและทุกข์อย่างไรเพราะใจตนเอง
ฝ่าลู่ทางชีวิตต้องคิดเฝ้าย้อมใจ
โลกมืดมนเพียงใดหัวใจอย่าคร้ามเกรง
ตั้งหน้าชื่นเอาไว้ย้อมใจด้วยเพลง
ไยนึกกลัวหวาดเกรงยิ้มสู้
* คนเป็นคนจะจนหรือมี
ร้ายหรือดีคงมีหวังอยู่
ยามปวงมารมาพาลลบหลู่
ยิ้มละมัยใจสู้หมู่มวลเภทภัย
ใฝ่กระทำความดีให้มีจิตโสภา
สร้างแต่ความเมตตาหาความสุขสันต์ไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
เฝ้าแต่ยิ้มสู้ไปแล้วใจชื่นบาน
000138
1 ม.ค. 2560 เวลา 22:58 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic