True-Friends


 

 

 

๑๑ กันยายน ๒๕๔๘
ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ไหน

...................................................................
...................................................................
...................................................................

แก้มเป็น เพื่อนรักที่จูงมือกันวันเดินไปหาเสาธงชาติ
เพราะโดดเรียนเพื่อไปดูหนัง
แต่ครูจับได้เพราะพ่อแก้มมารับก่อนเวลากลับบ้านปกติ
เป็นเพื่อนรักที่คุยโทรศํพท์จนต่างคนต่างหลับไป
โดยมีโทรศัพท์วางไว้ข้างหมอน
เป็นเพื่อนคนที่บอกมีนว่า ใบหูแดงเพราะโทรศัพท์กัดหู
แต่จริงๆ มันเอาหูทับโทรศัพท์ตะหากละ

แก้มเป็นคนแรก ๆ ที่มีนกล้าเล่าเรื่องราวของความรัก
เป็นคนเดียวที่ได้ฟังทุกเรื่องจากมีนเหมือนเล่าให้ตัวเองฟัง...
เป็นอีกหนึ่งคนที่ทำให้มีนรู้สึก
คุ้มเหลือเกินที่เกิดมาเป็นมีนในชาตินี้

มีนรู้สึกคุ้มเกินคุ้มที่นอกจากเป็นลูกพ่อ เป็นลูกแม่
เป็นน้องพี่    มีนยังได้เป็นเพื่อนกับผู้หญิงคนนี้
การได้เป็นเพื่อนกับแก้ม เป็นสิ่งที่มีนภาคภูมิใจมากมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

แม้มีนไม่ได้รู้จักกับแก้มมาตั้งแต่เกิด
แต่มีนก็รู้สึกเหมือนว่าเราเติบโต
และดำเนินชีวิตมาพร้อมกัน
ตั้งแต่เรียนจนถึงทำงาน
ในวันที่เป็นข้าราชการให้พ่อแม่ภูมิใจทั้งคู่
เรามองเครื่องแบบของกันและกันแล้วยิ้ม


ข้าราชการต่อกต๋อยสองคน
ที่เดินเข้าไปหาแม่มีนแล้วได้รับพรใหญ่โต
เหมือนพอเริ่มงานแล้วได้เป็นหัวหน้า
แม้จะแค่สตาร์ทตอนซีสามและเงินเดือนไม่พอซ่าส์ ......
จนในวันที่มีนตัดสินใจออก .....
ข้าราชการอีกคน โทรมาอวยพรว่า
ออกนำไปก่อนเลย ไม่ช้าแก้มจะทำเหมือนกัน
แก้มเชื่อว่ามีนคิดถูกน่ะ

ระหว่างมีนและเพื่อน
พวกเรามีกลุ่มดาวเป็นของตัวเอง
เป็นเพราะความบังเอิญที่คิดถึงหนุ่มบ้านไกลอีกสี่คน
เราคุยโทรศัพท์กันและต่างคนต่างได้นอนมองดาว
เพราะห้องอยู่ชั้นบนสุดทั้งคู่
แก้มเอ่ยว่า ไม่มีอะไรยั่งยืนเท่าดาวเลยเนอะ
นี่ถ้าเรียนจบ ไม่เจอพวกนั้นคงเหงาแย่

หาไรไว้มองหากันไหม
มีนว่าพระจันทร์งัย ก็ยั่งยืนพอกัน
แก้มว่าไม่ดี พระจันทร์มีแค่ดวงเดียว
แล้วแก้มก็หาหาหา คิดคิดคิด
พอเจอดาวลูกไก่
ถามมีนว่า...บ้านมีนเห็นดาวลูกไก่ชัดมะ
มีนบอกว่าชื่อมันไม่เห็นเท่เล้ย
เหมือนพวกลูกไก่อยู่ในกำมือเลยอ่ะ
มีนไม่เห็นชอบ และพยายามค้าน
ว่าเรามีแค่หกคน มันยังลากเอาท่านพี่ไปรวมได้ให้ครบเจ็ด

และปะเหลามีนว่าเอาน่า  มันมีเจ็ดเหมือนกันไง๊
งั้นเรียกกลุ่มดาวไถก็ได้เน่ะ
ตกลงว่าเรามีโจรฤกษ์..............เป็นดาวไถกัน

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้น
เจ้าตัวเริ่มต้นก็จะพยายามหาเหตุมาสนับสนุน
เมื่อนั่งในกลุ่มในวันศุกร์ทุกครั้งว่า สมควรมีดาวไถ
เป็นดาวประจำกลุ่มของเราเหอะน่ะน่ะน่ะ
จนผู้อาวุโสสุแบบท่านพี่ ที่โดนลากไปรวมแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว
ต้องบอกว่าไอ้แก้มเอ็งจะคิดไร...ทำไป ...(คงรำคาญเต็มที่)

ตัวต้นคิดไปตัดสติ๊กเกอร์เป็นลูกเจี๊ยบเจ็ดตัวมาให้
ไม่มีใครเอาไปแปะรถ   แต่มันก็เอาไปแปะให้จนได้
คนหล่อกับคนเท่ของกลุ่มบอกว่า
อายเขาหน้าตาขนาดนี้ ยิ่งท่านพี่ เป็นนายทหาร
จำได้ว่าได้รถใหม่ช่วงนั้น โดนไอ้แก้มแปะติ๊กเกอร์
ลูกไก่เดินเจ็ดตัวเหลืองอ๋อย ก็ยังต้องยอมมันเลย


มีนไม่ได้อยากเป็นคนชอบนึกถึงความหลัง
หรือย้ำคิดย้ำทำในสิ่งที่เจ็บปวด
เพียงแต่มีนไม่คิดว่าจะมีวันแบบนี้
วันที่หายไปคนนึง

พวกเราซื้อที่แบบคิดว่า
เมื่อในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะสร้างบ้านได้ติดกันที่เชียงราย
ได้มีอนาคต ได้เห็นลูกเห็นหลานของกันและกัน
คิดกันได้ขนาดนั้น

เพราะความเป็นเด็กที่ไม่อยากจากกันแท้แท้
เราไม่เคยคิดว่าจะมีใครสักคนเดินทางไปก่อน
โดยไม่ร่ำลากัน

วันนี้ มีนนึกถึงแก้ม คิดถึงเหลือเกิน
แต่ไม่ใช่ว่ามีนจะยิ้มไม่ได้แม้มีน้ำตา
หรือเจ็บปวดเกินไป กับทุกตัวหนังสือหรือทุกความคิดในตอนนี้
ภาพที่มันชัดเพราะเกิดจากใจสั่ง
หนักแน่นกว่านัยน์ตาจดจำแน่แน่
มีนไม่สามารถสั่งให้ใจหยุดคิดถึงเพื่อนได้ในตอนนี้

 

 

เพื่อนมีนอยู่ไกล.
แต่ไกลแบบนี้ ก็ไม่เคยทำให้มีนลืมรอยยิ้ม
และตาใสใสของเพื่อน
มือเรียวๆ ของเพื่อน
หรืออ้อมกอดของเพื่อน

มีนไม่เคยลืมคำพูดว่าไม่ทิ้งกันของเพื่อน
ไม่เคยลืมประโยคปลอบใจของเพื่อนในวันพ่อจากไป
ว่าแก้มไม่มีวันไปหรอกน่า
ต่างคนต่างร้องไห้ต่างคนต่างกอดเข่าและเลื่อนเข้ามากอดกัน
มีนไม่เคยลืมน้ำตาของแก้ม
ไปจนถึงหน้าตานิ่งสนิทในนาทีแรก
ที่เห็นเพื่อนไม่หายใจ
เหมือนมันบอกมีนว่า อย่ารั้งให้อยู่เลยน่ะมีน
.................................เราไม่เต็มใจอยู่

มีนไม่เคยลืมคนที่มาส่งมีนวันขนของมาขอนแก่น
และทำท่ายืนเหมือนถูกทิ้ง.................
มีนไม่เคยลืม เพื่อนที่ทำหน้าเหงาที่สุด
และเพื่อนที่บอกกับเฮียว่า
จะมาทำงานโคราชเพียงเพราะว่า มันใกล้กับมีน

การอยากย้ายมาเพื่ออยู่ใกล้มีน
แม้ เพื่อนทำไม่สำเร็จแต่แค่มีนรู้ว่าเพื่อนคิด มีนก็ดีใจ
สัญญาระหว่างมีนกับแก้ม
ที่ว่าไม่ทิ้งกัน มีนอาจทำได้ไม่ดีเท่าเพื่อนทำ

แก้มไม่เคยทิ้งมีน มีแต่มีนที่หากเกิดปัญหาอะไรขึ้น
ด้วยนิสัยส่วนตัวมีนไม่ปรึกษาใคร
เพราะมีนเป็นแบบนี้มาเสมอ ขอมีนนิ่งหรือเงียบก่อน
และมีนค่อนข้างมั่นใจกับการแก้ปัญหาของตัวเองของเราสองคน
ในแบบที่เคยเป็นมา


เราคล้ายกันเรื่องรับมือกับปัญหา
มีนเลยเชื่อว่าเพื่อนจะแก้ปัญหาของตัวเองได้
เหมือนที่พูดออกมาให้มีนได้ยิน

เมื่อเพื่อนบอกมีนว่าไม่เป็นไร
ถึงมีนจะรู้ว่าคงเป็นไรบ้าง
แต่การทำงานหนักหนากับมีน มันทำให้มีนลืมเรื่องต่างๆได้
แต่มีนไม่เคยรู้ว่า สำหรับแก้ม สำหรับครั้งนี้
แก้มทำไม่ได้..............และทำไม่ได้จริงๆ
กว่ามีนจะรู้แบบครั้งนี้
มีนไม่มีเพื่อนคนที่ยิ้มใสๆ ใส่ตานั่นอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

แก้มชอบจับมือใครใคร ชอบถามใครใครว่ารักเรามะ
ทุกคนตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แกล้งมันบ้างมาตลอด
แต่สุดท้ายก็จะบอกว่า
เอออ ไม่รักเอ็งแล้วรักหมาที่ไหนล่ะ

พวกเราทุกคนไม่เคยขัดใจ
ไม่เคยรุ้สึกลำบากที่จะบอกรักมัน
เพราะแก้มเกิดมาเพื่อให้รักจริงๆ
ให้เพื่อนคนอื่นรักและนึกถึงได้ด้วยรอยยิ้มแบบวันนี้จริงๆ

บางทีเจ้าตัวสร้างความเดือดร้อนแบบมหาโหด
ให้มีนในวันไปตบหัวกระเทยแล้ววิ่งกลับมาหามีน
ให้โดนรุมกันยับไป เพราะกระเทยตัวยักษ์
และมีเล็บยาวๆ ไว้ฟ้อนเล็บ

ต้องกลับมาบ้านมีนก่อนให้ป้าทายา
แล้วค่อยไปส่งมันที่บ้าน
ผลการต่อสู้แพ้กระเทยยับไปแบบไม่น่าให้อภัย
เพราะแปดต่อสองตอนมัธยมปลาย...
คนแบบมีน....ไม่ใช่รบทุกครั้งชนะทุกครั้ง (หรอกนะ) -*-

 

 

 

 

 

พอเข้ามหาลัย ลามปามซวยไปทั้งกลุ่ม
ตัวดีไปหาเรื่องทอมคณะเดียวกัน
แบบจีบผู้หญิงของเขาทั้งที่ตัวไม่ใช่ทอม
จีบซึ่งหน้า จีบต่อหน้า แล้วบอกด้วยว่า
จะจีบทุกวัน ยั่วยุจนเขาวิ่งตามแทบจะฆ่า
สุดท้าย แล้ววิ่งมาหลบคณะพวกมีน
จนต้องพากันเฮไปเมื่อมันหลบจะครบอาทิตย์
เหมือนจะไปเรียนแบบเดียวกับมัน

แต่มีนก็รู้ว่า
เพราะแก้มต้องการให้พวกเราเดินไปหามันบ้าง
มันที่อยู่ต่างคณะคนเดียว
มันสร้างเรื่องได้ทุกอาทิตย์
และอาจารย์ก็เริ่มเรียกพ่อมีน แทนเรียกพ่อแก้ม
เพราะพ่อแก้มไม่เคยไป ไม่เคยว่าง แถมไม่เคยรู้

แก้มเอาจดหมายมาหาพ่อมีนทุกครั้ง
พ่อมีนไปแทนจนอาจารย์งงว่า
ทำไมเป็นพ่อของมีน ไม่ใช่พ่อของแก้ม
หรือว่า "มีพ่อคนเดียวกัน"

 

 

 

อาจารย์ที่ปรึกษา เริ่มไม่มีจดหมายหาพ่อแก้ม
แต่เดินมาหามีน ถามปัญหาส่วนตัว
แต่ถึงแม้ว่า แก้มจะมีปัญหาตลอดมา
ทั้งตอนเรียนไม่ว่าช่วงไหน
แก้มก็จบแบบสง่างามมากมาก
เกรดสวยงามจนได้นั่งแถวหน้าเวลารับปริญญา
มีนซ่ะอีกมหาลัยนั่นมีนไม่ได้นั่งแถวหน้าแบบเพื่อนรัก

หลายเรื่องหลายราวระหว่างเรา
ทำให้มีนอยากขอบคุณที่แก้มรักมีน
และเกิดมาเพื่อรู้จักกัน

แม้วันนี้มีนไม่มีแก้ม
ไม่มีเหมือนวันก่อน ไม่มีเหมือนวันเก่า
มองหาไปทางไหนก็ไม่เห็นแก้มอีกแล้ว

มีนยังได้เคยทำ
วิธีที่ใครทราบคงขำหรือตลก
เพราะมีนยังยึดเหนี่ยวอยู่กับชื่อเพื่อนในโทรศัพท์
แมสเสจที่เพื่อนส่งมาให้ ........
มีนใช้วิธีมองชื่อในเบอร์โทรศัพท์
มองข้อความที่ยืนยันว่ามีนเคยมีเพื่อนคนนี้

ไม่ว่าจะย้ายเบอร์กี่ครั้ง มีนจะเอามาด้วย
พี่คนดีรู้เหมือนมีนรู้ มีนรักแก้มมาก
และแก้มก็รักมีนมาก รักมากจนบางครั้ง
มีนเชื่อว่า ทุกการเดินทางของมีนในชีวิต
แก้มมองอยู่และเป็นกำลังใจให้มีนตลอดมา ..
แม้จะมองไม่เห็นกันอีกแล้ว ..ไม่มีอีกแล้ว
ถึงแม้อย่างนั้น มีนก็จะรู้ว่า
มีนกับแก้มเป็นเพื่อนกันเสมอและตลอดไป

 

 

 

 

 

คืนนี้กลุ่มดาวไถของเรายังอยู่หลังฝนตกหนัก
ยังอยู่ครบทั้งเจ็ดดวง
แม้บางดวงเดินทางล่วงหน้าไปแล้ว
บางดวงขาดการติดต่อ
แต่เรารู้ว่าทั้งเจ็ดดวง มีเส้นทางและวิธียึดโยงกันไว้เหนียวแหน่น

ทั้งเจ็ดดวงจะอยู่บนฟ้าให้เรามองเห็น

เหมือนความผูกพันของพวกเราเสมอ...
ความทรงจำระหว่างเรามันหนักแน่น
และรับรู้ได้ในวินาทีนี้จริงๆเพื่อนเอ๋ย

 

ปรับปรุงแก้ไขคำผิด เพิ่มเติมบางประโยค
๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔

 


 

๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๘
จากกันเพียงกายห่างเพียงดินแดน..

 

 

 

วันนี้ครบรอบปีของใครบางคน
ที่ไม่เคยคิดว่าต้องจากกันในวัยวันแบบนี้
เพื่อนที่เป็นเหมือนพี่สาว เป็นเหมือนน้องสาว
และเป็นเหมือนตัวเองในบางเวลา

เพื่อนที่เข้าใจกันราวกับเป็นคนเดียวกัน
เพื่อนที่ไม่เคยต้องใช้คำพูดอธิบายมากมายในวันเกิดปัญหา
แค่เพียงมองตา หรือถือโทรศัพท์ไว้อีกข้างโดยไม่ต้องพูดคำไหน
ก็จะได้รับคำตอบ ได้รับคำถามปนห่วงใย ได้รับสายตาเข้าใจ
และสุดท้ายได้อ้อมกอดอบอุ่นเสมอมา

เพื่อนที่เหมือนกระจกอีกด้านที่ส่องกันไปมา
ในวันสับสนและถอยท้อ
เพื่อนที่เป็นเหมือนรอยยิ้มอีกรอยที่หายไป

 

 

 

เพื่อนรักของฉันในวันนี้จะอยู่ตรงไหนน่ะ
บนแผ่นฟ้า ที่ก้อนเมฆ อยู่ในแสงอาทิตย์
หรือเป็นส่วนหนึ่งของพระจันทร์

ฉันไม่ได้ทุรนทุรายกินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนปีก่อน
อาจเพราะยอมรับสภาพของการทำอะไรไม่ได้ไปแล้ว
รู้ว่า หากเพื่อนยังนึกถึงกันคงบอกฉันด้วยเพลงนี้
จากกันเพียงกาย ห่างเพียงดินแดน แต่เราจะมีกันเสมอ

รู้อะไรไหม...ต่อให้เธอไม่มีตัวตนแล้วบนโลกใบนี้
เธอก็ยังเป็นเพื่อนที่ฉันรักที่สุดเหมือนเดิม
และฉันยังคงมั่นใจในตัวเธอว่าเธอจะบอกเหมือนที่ชอบบอกเสมอ
ว่า ไอ้มีน ฉันรักแกว่ะ โคตรรักแกเลย

 

 

 

 

บอกรักไปด่าไป แต่ก็แปลกน่ะตอนเพื่อนอยู่
ฉันแค่ยิ้มตอบ พยักหน้าหงึกหงัก แต่ไม่เคยพูดเลยว่า
รักเธอมากแค่ไหน อย่างมากก็ยืนขึ้นผลักหัวคนช่างพูดนั่น
ว่าเพ้อเจ้อได้ทุกวัน เบื่อจริงๆ พวกรักฟุ่มเฟือย

ฉันไม่กล้าขอไปถึงชาติหน้า

เพราะไม่รู้ว่าชาตินี้ที่โชคดีพบเธอ
ฉันทำดีกับเธอพอกับที่
เธอจะอยากเป็นเพื่อนฉันอีกไหม
ในภพภูมิอื่นที่ยังไม่ถึง

เพื่อนรัก...วาระแห่งการจากกันของเรา
เป็นสิ่งที่ฉันยอมรับแล้วในวันนี้
แต่วาระนั้นไม่ได้พาความทรงจำและรอยยิ้มเมื่อนึกถึงเธอไปด้วยหรอกนะ
แม้วันนี้จะไม่มีใครถือหูโทรศัพท์ตื้อจะฟังในวันฉันไม่อยากพูด
อยากได้ยินเสียงฉันด่า หรืออยากเล่าเรื่องต่างๆนานาให้ฉันฟัง

แม้วันนี้ไม่มีใครร้องไห้ด้วยกันในวันร้องไห้อย่างหนัก
ฉันยังจำได้ไม่มีคำปลอบโยนใดใดจากเธอ
ในวันที่พ่อจากไป
วันนั้นเราต่างถือสายร้องไห้ด้วยกัน
ไม่มีคำพูดสักประโยคจากเธอมาถึงฉัน


ฉันอยู่วัดเธออยู่วัด ฉันนอนที่วัด เพื่อนคนเดิมก็นอนที่วัด
ไม่กินก็ไม่กินด้วยกัน ไม่นอนก็นั่งเฝ้าฉันจนหลับทั้งที่นั่ง
อะไรหนอ ทำให้เธออดทนรักฉันได้ขนาดนั้น

 

 

 

 

ในวันนี้ฉันไม่มีใครโทรหางอนง้อ ในวันโกรธกัน
ทั้งที่รู้ว่าฉันหายโกรธไปแล้ว
ไม่มีใครหยอกเย้า และเอากระเป๋าไล่ทุบ
แบบไม่ผ่อนน้ำหนักทั้งที่ฉันตัวเล็กกว่า


ไม่มีผู้หญิงผมยาวตัวสูงสูง หุ่นนางงาม
วิ่งตามพร้อมตะโกนด่าลั่นสนามว่าไอ้คนทิ้งเพื่อน
ในวันฉันเดินตัวปลิวจะกลับบ้าน เพราะลืมเพื่อน
ที่ยังอยู่ในห้อง เพื่อสอบปากเปล่ากับอาจารย์

และฉันก็คงไม่ได้พบกับคนที่ชอบทำหน้าทำตา
มีความสุขตลอดเวลาแม้อยู่ในห้วงทุกข์ร้อนแค่ไหน

ไม่มีโอกาสจะพบกับผู้หญิงตาดำดำอันธพาลเกเร
เถียงกันไม่ได้ ย้อนกันไม่ทัน ก็ไล่ฟาด ไล่หยิก ไล่เตะ
และโวยวาย เอามือปิดปาก มันยังไม่วายกัดมือเข้าให้อีก

รู้อะไรไหม ฉันรักเธอเสมอ
แม้ฉันไม่เคยได้พูด
และรุ้อะไรอีกไหม ว่าจนถึงวันนี้
สำหรับฉันแล้ว เธอไม่ได้จากไกลไปไหน
เธอยังอยู่ในใจฉัน ตลอดมา


เธอรู้เหมือนฉันรู้ใช่ไหม..เรายังรักกันมากเหมือนเดิม

 

 

 

 

ฉัน..มีเพียงเธอ..ผู้เดียว
อาจเหลือ แค่เพียง วิญญาณ
แต่ฉันก็ยังเป็นห่วง

ห่วงเธอกลัวว่าเธอ เสียใจจนทนไม่ไหว
อย่าร้องอีกเลยคนดี ชีวิตไม่มีนิรันดร์
จากกันเพียงกาย ห่างเพียงดินแดน
แต่จะมีเธอเสมอ

จะยังคงเป็นของเธอ แม้ไร้ตัวตน
ก็จะขอมีเพียงเธอ

จบจากเวลานี้ไป ฉันคงไกลเธอแสนไกล
อยากให้เธอจำไว้ในใจ ฉันจะมีเธอผู้เดียว
ฉันมีเพียงเธอผู้เดียว

ปรับปรุงแก้ไขคำผิด เพิ่มเติมบางประโยค
๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔

 

 

 

๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๐
คิดถึงเสมอ..แม้ไม่ได้เจอกัน

เช้านี้มีนว่างตั้งแต่เช้า...เป็นการว่างจงใจ
ระยะนี้ไม่ไปดูงานข้างนอก
นิ่งๆ เงียบๆ และเหมือนหยิ่ง ;')

นั่งสรุปงานอยู่ด้านใน จนบนโต๊ะว่างเปล่า
เพราะของที่วุ่นอยู่บนโต๊ะเวลาออกไปข้างนอก
เริ่มแบ่งสรรปันส่วนไปโต๊ะคนอื่น

ไม่มากองรวมกันรอให้มีนดู รอให้มีนอ่าน รอให้มีนบอก
จัดการพวกนั้นไปได้ ดูเหมือนหูหายอื้อไปเยอะทีเดียว

 

 


นึกถึงความฝันเมื่อคืน
จำได้แต่ฝันถึงเพื่อน.แต่จำอย่างอื่นไม่ได้
เคยไหมจำได้ว่าฝันถึงใครแต่จำรายละเอียดไม่ได้เลย


 

ยอมรับว่าเมื่อคืนมองฟ้า มองอากาศก่อนนอน
เพราะเปิดหน้าต่างเยอะขนาดนั้นแล้วคิดถึงมัน
คิดถึงไปถึงว่าใกล้จะครบรอบวันจากไปอีกแล้ว


ผีสาว .. เคยถามสาเหตุ หรือถามว่าเป็นยังไง
กับเรื่องราวของมัน..แปลกน่ะ ที่มีนนึกย้อนไป
แล้วนึกย้อนได้แค่รางราง แล้วสรุปว่า
มันตายก็คือตาย อีกคนหัวเราะ
มีนเชื่อว่าคนเรามีความทรงจำที่ไม่อยากพูดถึง
บางหนไม่อยากให้ใครถามหรือแตุะต้อง


อีกคนบอกว่า ตอนนั้นเพิ่งได้เข้าอ่านไดอารี่มีน
มีนพยักหน้ารับคำนั้นแม้รู้ว่าอีกคนไม่ทราบก็ตาม
ก้อนสะอื้น กับความทรงจำมันไล่ตีย้อนขึ้นมาทางลำคอ
จำได้อยู่เหมือนกัน ช่วงที่สูญเสียมีนไม่คุยกับใคร
หากได้กลับบ้านมีนจะพิมพ์ไดอารี่

และในการพิมพ์อาจพูด
หรือบรรยายวันงานศพได้ไม่มาก
เท่ากับการระลึกถึงมัน และเรื่องราวรายทาง
เสียดายมีนไม่ได้เก็บหน้าบันทึกเหล่านั้นไว้
หรือถึงเก็บ มีนคงหาไม่เจออีกแล้วไม่ทราบเก็บไว้
ในดิสก์แผ่นไหนอีกต่างหาก

 

 

 

 

ช่วงที่มีนบรรยายถึงแก้มจนถึงพิธีศพของมันทุกวัน
มีคนเข้าอ่านไดอารี่มีนเยอะมาก เยอะแบบหลายพันจนตกใจ
น้ำใจจากที่ไหนไหนบ้างก็ไม่รู้ ไม่เคยดู ไม่เคยตาม
พี่บางคนที่สนิทกับพี่ตั้ม ส่งหนังสือธรรมะของ
พระอาจารย์ ว. ตั้งแต่สมัยท่านยังไม่ออกสื่อเยอะแบบนี้มาให้

มีนได้รับเรื่องราวน้ำใจทางตัวหนังสือมากมาย
ได้รับคำปลอบเหมือนน้ำรดใจ
แต่อยากบอกให้ทราบ เวลานั้นไม่รู้หรอก ไม่รู้อะไรเลย
มันคงคล้าย
เพื่อนหรือพี่สาวหรือจะให้เป็นน้องสาวคนเดียวในโลก
ที่มีนยอมรับเต็มปากเต็มใจ สนิทกว่าใครใคร
คนคนนั้นหมด และหายไป
แตะต้องหรือกอดกันไม่ได้อีก


เพราะฉะนั้น คงบอกหรือบรรยายไม่ได้ว่า
การสูญเสียมัน แม้ไม่ต่อกันกับพ่อ
จะพินาศได้แค่ไหนในความรู้สึกของมีน

 

 

 

 

 

หากให้มีนนึกเรื่องมันตอนนี้แล้วบอกเพื่อนมีนเป็นอะไรตาย
มีนคงตอบรวบสั้นได้ใจความ..มีโรคประจำตัว
นึกถึงวันพูดคิดสะกิดใจกับผีตัวนั้นแล้ววนไปนึกว่า
ทำไมวนไปพูดเรื่องแก้ม จนมีนนึกขึ้นมาได้ว่า
ธันวาอีกแล้ว เดือนที่มันเดินทางไกล
คงเพราะวันนั้นมีนเขียนไดอารี่ตรงๆ แล้วยังบอก
เจ้าผีสาวไปว่า เพราะแบบนี้ไง เพื่อนสนิทถึงหนีตายไปก่อน

จริงๆ เป็นคำหยอกในระยะหลังในกลุ่มเพื่อนของมีน
หยอกกันแบบไม่กลัวมีนจะรู้สึกอะไร
หรืออีกอย่าง เพื่อนมีนล้วนผู้ชาย
มันคงอยากพูด พูดให้รู้สึกว่า การตายของแก้ม
มันเหมือนชิงหลับไปก่อนมีนบ่นเสร็จแค่นั้นเอง

พวกนั้นพูดจนมีนไม่รู้สึกอะไรจริง ๆในวันนี้
บางหนยังแอบหัวเราะเพราะคิดว่า
แก้มมันคงหนีมีนไปตายเพราะมีนปากหมาแบบนี้จริงๆ

 

 

 

 

 

แต่ลึกลึก มีนจะมีเหตุผลของแก้มอยู่ในใจ
ลึกลึกมีนจะคิดเสมอว่า ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันคิดอะไร
จนนาทีสุดท้าย ก่อนมันจะไม่รู้สึกตัว
แต่................มีนเชื่อว่า มีนรู้ (แค่มีนไม่คิด)

และบางหนมีนเคยคิดว่าก่อนมันไป
มีนรู้ว่ามันคิดถึงใครบ้าง มีนยังเชื่อเหมือนเคย
ไม่มีใครอยากตายในวัยไม่สมควร
และยิ่งเพื่อนมีน ที่มีนเชื่อว่าอ่อนโยน แต่เข้มแข็ง
ยิ่งไม่ฆ่าตัวตาย ..

ผลวินิจฉัยของหมอ ที่มีนยังจำได้แม้จะเลือนๆ
มันคงเลือนเพราะหัวใจมีนไม่อยากจำแน่แน่
มีนยังเชื่อ และเชื่ออยู่แบบนั้น
ไม่มีใครปล่อยให้ตัวเองป่วยตาย
โดยไม่รักษาหรอก ..
และเพื่อนมีนก็ไม่ได้ทำตัวเอง
ปล่อยตัวเอง ป่วยจนช๊อกเพื่อตายไปจากโลกนี้
ประชดคนไม่มีค่าอีกคน บนโลกใบเดียวกัน

 

 

 

 

 

มีนรู้เจ้าเพื่อนยากรักเขามาก
แต่มีนรู้อีก ชีวิตมันมีค่ายิ่งกว่าคนที่มันรักเหลือเกิน
มีนมองชีวิตคนที่เพื่อนรัก เหมือนหนังเหมือนละคร
เมื่อบังเอิญพบ หรือบังเอิญเจอ

ใครหลายคนเคยบอกว่ามีนใจดีจังกับแฟนเก่าตัวเอง
เพราะใครหลายคนนั่นไม่รู้จักมีนต่างหาก
แล้วนั่นยังเป็นแฟนเก่ามีน มีนจึงยังคุยกับเขาได้เมื่อกลับไป
ส่วนคนที่แก้มรัก มัน! ไม่ได้เป็นไรกับมีนเลย
เพราะฉะนั้น มีนเลยไม่เคยรู้สึกเห็นใจเวลามัน! ย่ำแย่
เพราะสายตามีนรังเกียจโดยเปิดเผย และบริสุทธิ์ใจ
ที่จะเหยียดหยามโดยเจตนาเมื่อเดินมาพบปะหรือเจอะเจอกัน


คุณตาเคยบอกมีนว่าอย่าเกลียดใครฝังใจ
เพราะมันเป็นสัญญาณผูกพันให้ไปพบเจอกันอีก
จะเจอกันแบบดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้
มีนพยายามอย่างมากที่จะไม่เกลียดเท่าวันเก่าๆ
พยายามมากแม้จะนึกหน้ามันออก อย่างเด่นชัด
พยายามเข้าใจ คำว่าผิดหวังหรือสมหวัง
มันขึ้นอยู่แค่คนสองคนรักกัน
หรือแค่คนใดคนหนึ่งไม่รัก
ที่สำคัญ กรณีนี้มันก็แค่เขาไม่รักเพื่อนเราก็เท่านั้น



มันเท่านั้นจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

ถึงวันนี้ เวลานี้ ตอนนี้ที่เขียนถึงเพื่อน..
มีนยังซึมซับรับรู้ว่า
ความรักในบางเรื่องไม่หมดและหายไปได้ง่ายๆ
เหมือนความทรงจำบางอย่าง

มีนอาจไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย
คิดถึงเพื่อนในวันคิดถึงที่สุดอย่างเดิม
มีนอาจแค่นั่งนิ่งๆ ไม่ยิ้ม ไม่ขมวดคิ้ว
แต่พิมพ์คำว่า  คิดถึงและไม่เคยลืม
คิดถึงและเป็นห่วง
คิดถึงและขอให้ทราบ

ครักเธอเสมอ

คิดถึงหว่ะ โคตรคิดถึงเลย

 

 

ปรับปรุงแก้ไขคำผิด เพิ่มเติมบางประโยค
๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔
เอาน่า....คงจะมีสักวันที่เราได้พบและกอดคอกันอีก เจ้าแก้ม ;')

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic